รถบัสซิ่งในศรีลังกา

รถบัสซิ่งในศรีลังกา

ฉันเดินทางไปเที่ยวศรีลังกา 14 วัน ระหว่างนั้นก็รวมกับวันขึ้นปีใหม่ด้วย ก่อนถึงวันขึ้นปีใหม่ที่ทางโรงแรมจะจัดเลี้ยงฉลอง เราจึงถือโอกาสระหว่างนี้สักสองวันเดินทางไปเที่ยวโคลอมโบเมืองหลวงของศรีลังกาและจากนั้นก็นั่งรถไปเมือง Kandy กัน เนื่องจากวันที่เราบินมาถึงสนามบินโคลอมโบศรีลังกา เราก็ตรงดิ่งไปยังโรงแรม ซึ่งอยู่ติดกับทะเลในทันที โดยที่ยังไม่มีโอกาสได้ท่องเที่ยวในเมืองหลวงและเมืองอื่น ๆ เลย เมื่อวางแผนกันได้อย่างนี้แล้วก็แพ็คกระเป๋าใบเล็กสำหรับสองวันหนึ่งคืน ไปพัก Kandy สักคืนแล้วค่อยกลับมาฉลองปีใหม่ที่ Hikkaduwa beach อีกครั้ง

โรงแรมที่เราพักอยู่ติดกับทะเล Hikkaduwa Beach  ด้านหน้าโรงแรมเป็นถนนเส้นหลักมีรถตู้ รถบัส วิ่งผ่านตลอด เราจึงได้สอบถามการเดินทางกับเจ้าหน้าที่โรงแรม ได้ความว่า ทุกวันจะมีรถตู้วิ่งเข้าเมืองโคลัมโบ โดยจะจอดอยู่ท่ารถ เวลาประมาณนี้ ให้สังเกตุป้ายหน้ารถ (คล้าย ๆ บ้านเรามีป้ายสีขาวมองเห็นแต่ไกลว่ารถตู้คันนี้จะวิ่งไปสู่จุดหมายปลายทางใด) ว่าแล้วเราก็เดินไปท่ารถกัน ระยะเวลาไม่ไกล ประมาณหนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น

แต่จนแล้วจนเล่า เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง (วัยรุ่นใจร้อนรอไม่ไหว)  เรารู้สึกว่ารอนานเกินไปแล้ว  ทันใดนั้นก็มีรถบัสคันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง (ทั้ง ๆ ที่ถนนเส้นนั้นเป็นเพียงสองเลนส์แคบ ๆ ) เหมือนรถเมล์ร้อนในกรุงเทพฯ บ้านเราและป้ายด้านรถติดตัวอักษรว่า Colombo  เราไม่รีรอรีบโบกรถบัสร้อนคันนี้รถบัสขับเลิยเตลิดไปไกลกว่าจะจอดได้สนิท เราก็วิ่งตาม (ความสนุกก็เริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนนี้) เพื่อความชัวร์ จึงได้ถามคนขับก่อนว่า “รถคันนี้ไปโคลัมโบใช่มั้ย”  คนขับไม่พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้า  เรากระโดดขึ้นทันทีและเลือกที่นั่งด้านหน้าแถวที่สองว่างพอดี

การนั่งรถเมล์ร้อนในกรุงเทพฯ บ้านเราว่าสุด ๆ  แล้วอยากให้คุณลองไปนั่งรถบัสร้อนในศรีลังกา คุณจะรู้สึกรักตัวเองขึ้นมาทันที  ตลอดทางตั้งแต่ขึ้นรถเราช่วยคนขับเบรกไปตลอดทาง  ด้วยความชินทางชำนาญทางเหมือนคนขับไม่ค่อยจะเบรก  จอดเลยป้ายตลอดและแซงไม่ยั้ง ขอให้มีช่องเล็กช่องน้อยให้ไปได้เท่านั้นก็พอ บางครั้งถึงกับต้องปิดหน้าไม่อยากเห็นภาพ คนขับรถขับแซงขวาทั้ง ๆ รถคันหน้ากำลังมา! แน่นอนว่าเสียงบีบแตรไล่เสียงดังสนั่น คนขับคงคิดในใจว่า กลัวที่ไหน เราคันใหญ่คันเล็กหลบไป!

คนขับใจถึง แต่ไม่ม่มองหลังดูผู้โดยสารเลย ฉันหันหลังกลับไปมองผู้โดยสารชะตาชีวิตเดียวกันด้านหลัง มือแต่ละคนจับเบาะป้องกันการหลุดจาะเบาะโดยสาร สายตาจ้องไปด้านหน้า เราอยู่ในอารมณ์เดียวกัน จะบอกว่าสาย 8 ในโคลอมโบก็ได้ สุด ๆ แล้วกับประสบการณ์นั่งรถบัสเข้าเมืองโคลอมโบ!   ในรถบัสมีกระเป๋ารถเมล์เดินขึ้นลงคอยเก็บเงินผู้โดยสาร เรียกผู้โดยสารขึ้นรถเขาเป็นเด็กผู้ชายอายุไม่น่าจะเกินสิบแปดปี เขาพูดภาษาทมิฬหรือภาษาสิงหลตลอดเวลา แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นภาษาไหนแต่น่าจะไม่ภาษาใดก็ภาษาหนึ่ง เป็นการพูดเรียกลูกค้าขึ้นรถ เหมือนรถเมล์บ้านเราที่กระเป๋ารถเมล์ร้อนหลายคันจะคอยตะโกนบอกจุดหมายที่จะไปในทุก ๆ ป้ายรถเมล์

bus in colombo

ข้อดีของการได้นั่งรถด้านหน้าคือเราได้เห็นบรรยากาศทั้งหมดและก็รับเอาความหวาดเสียวไปสุด ๆ ด้วยเหมือนกัน  เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งก็เข้าใกล้โคลอมโบแล้ว รถบัสคันนี้ก็จอดตามป้ายปกติแต่มีอยู่ป้ายหนึ่งที่มีนักร้องขึ้นมาขับร้องเพลงกล่อมผู้โดยสารด้วย เขาร้องเพลงภาษาพื้นเมือง นักร้องคนนี้เป็นหนุ่มวัยรุ่นอายุยังน้อยมาก ๆ  ไม่น่าจะเกินยี่สิบปี แต่ร้องเพลงได้ไพเราะมาก (ฉันคิดว่าเพราะนะ) คงพอจะเดากันออกใช่มั้ยคะว่า  เพลงอินเดีย  เพลงศรีลังกา การเอื้อน การออกเสียงประมาณไหน เขาร้องแบบนั้นเดินจาหน้ารถไปยังท้ายรถ  ร้องไปประมาณ 3 เพลง  ในมือหนึ่งถือไมค์และมีเครื่องเสียงเล็ก  ๆ  ไว้เป็นดนตรีและใกล้ ๆ กับเครื่องดนตรีมีกล่องใส่เงิน พอเขาร้องเพลงจบหลายคนก็หยิบยื่นน้ำใจให้เขา โดยการเอาเงินใส่กล่องให้นักร้องหนุ่มคนนั้น

พอร้องจบนักร้องหนุ่มก็เดินมาด้านรถพูดคุยกับกระเป๋ารถและคนขับรถ เมื่อคุยกันเรียบร้อยแล้วนักร้องหนุ่มก็ลงป้ายรถเมล์ถัดไป ซึ่งห่างไกลมากจากป้ายที่เขาขึ้นมา  เขาคงจะขึ้นรถบัสอื่น ๆ ต่อไปเพื่อกลับไปต้นทางอีกครั้ง จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ก็ไม่อาจรู้ได้ แต่เท่าที่เห็นการพูดคุยระหว่างคนขับรถและน้กร้องหนุ่มคนนั้น พวกเขารู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เหตุการณ์คงเกิดเช่นนี้เป็นปกติทุกวัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

colombo sirlanka

รถบัสคันนี้ก็ยังคงแล่นต่อไปไม่หยุด  สักพักใหญ่ฉันเริ่มรู้สึกว่าเราใกล้เมืองหลวง Colombo มากขึ้นแล้ว  เนื่องจากตึกรางบ้านช่องเริ่มแน่นทั้งสองข้างทางเป็นตึก อาคารพาณิชย์ต่าง ๆ  โคลอมโบก็คงเหมือนเมืองหลวงอื่น ๆ เต็มไปด้วยผู้คนจากต่างถิ่นบ้าง เข้าไปในเมืองหลวงเพื่อเรียน  ทำงาน เลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว แล้วแต่ภารกิจของแต่ละคน  และในที่สุดเราก็มาถึงจุดหมายของเรา ระหว่างทางก็ดูแผนที่ตลอด เราควรจะลงที่ไหนที่จะใกล้กับวัดสวย ๆ และไม่ไกลจากสถานีรถไฟ  และแล้วเราก็ตัดสินใจลง ป้ายรถเมล์หนึ่ง ซึ่งจากแผนที่แล้วไม่ไกลจากวัดชื่อดัง และสถานีรถไฟด้วย

เมื่อลงรถได้ รถบัสคันนี้ก็แล่นต่อไป ยังคงความซิ่งที่สุดบนท้องถนนได้เป็นอย่างดีตลอดสาย แต่ยังไงก็ขอบคุณที่พาเรามาส่งถึงเมืองโคลอมโบอย่างปลอดภัย  ความประทับใจจากการเดินทางจาก Hikkaduwa ไป Colombo ครั้งนี้จะอยู่ในความทรงจำของฉันไปอีกนานแสนนาน

 

ภาพจาก  www.pexels.com เนื้อหาโดย แอดมินวานด้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *